อาหารผู้ป่วย อาหารทางการแพทย์ คืออะไร หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “อาหารทางการแพทย์” แต่ก็ไม่รู้ว่าอาหารทางการแพทย์คืออะไร สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงอาหารทางการแพทย์ว่ามีลักษณะอย่างไรและใช้อย่างไร

สำหรับอาหารทางการแพทย์นั้น คืออาหารที่ใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อโรค เช่น อาหารสำเร็จรูปที่ให้ทางสายยางให้อาหารหรืออาหารปั่นผสม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และสภาวะของโรคซึ่งการใช้อาหารทางการแพทย์จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ซึ่งจะมีหลายสูตรสูตร อาหารทางการแพทย์คืออาหารที่มีสูตรพิเศษ สำหรับความเจ็บป่วยเฉพาะที่ อาหารทางการแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้ อาการเบาหวาน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หรือผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง แต่อาหารทางการแพทย์นั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการรักษาโรคแต่ช่วยในการป้องกันปัญหาที่เกิดจากโรคหรือช่วยการจัดการเกี่ยวกับโรคได้ง่ายขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ซึ่งอาหารทางการแพทย์ สำหรับในภาวะที่ร่างกายของผู้ป่วยขาดพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นจากโรคหรือภาวะต่างๆสิ่งหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารตามความต้องการอย่างเหมาะสม นั่นก็คืออาหารทางการแพทย์นั้นเองเห็นไหมว่า อาหารทางการแพทย์มีความสำคัญและมีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อให้ฟื้นฟูจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญต้องใช้อย่างระมัดระวังด้วย

นอกจากนี้ อาหารทางการแพทย์ ยังเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ใช่ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ใช้เป็นโภชนาการบำบัดสำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เป็นปกติ หรือร่างกายอยู่ในภาวะที่ต้องการสารอาหารบางอย่างมากหรือน้อยเป็นพิเศษ โดยที่ไม่สามารถบริโภคจากอาหารทั่วไปได้ ในปัจจุบันอาหารทางการแพทย์มีหลากหลายชนิดทั้งสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับทารก ซึ่งในแต่ละชนิดก็จะมุ่งเน้นในเรื่องของความต้องการของร่างกายอย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของการใช้รับประทานหรือดื่มแทนอาหารหลัก ในบางครั้งอาจใช้เป็นอาหารทางสายยาง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง สำหรับสารอาหารส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในอาหารทางการแพทย์นั้นหลักๆคือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมันซึ่งจะถูกดัดแปลงให้ย่อยง่ายหรือผ่านการย่อยแล้วบางส่วน เพื่อให้ดูดซึมได้ง่ายทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วหรือบางชนิดมีการเพิ่มหรือลดสารอาหารให้สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายผู้ป่วย โดยอาหารทางการแพทย์ไม่ใช่ยา ไม่มีคุณสมบัติโดยตรงในการรักษาโรคต่างๆ แต่ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคได้และยังช่วยป้องกันภาวะขาดสารอาหารที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการรักษาด้วย อย่างไรก็ตาม ควรที่จะเลือกอาหารทางการแพทย์ให้ถูกต้อง เนื่องจากอาหารทางการแพทย์นั้น มีหลักหลายชนิดและร่างกายของแต่ละคนมีความต้องการสารอาหารที่ไม่เหมือนกัน อาหารทางการแพทย์แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันจึงไม่ควรซื้ออาหารทางการแพทย์มาใช้เอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะร่างกายอาจได้รับสารอาหารที่ไม่สมดุล

ยกตัวอย่าง เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยและการดูดซึมไขมันได้ไม่ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันย่อยง่ายกว่าเป็นส่วนผสม เพราะโรคบางโรคที่ต้องควบคุมร่างกายไม่ให้ได้รับสารอาหารบางอย่างมากเกินไป เช่น โรคไตที่ผู้ป่วยจะต้องจำกัดในปริมาณของแร่ธาตุหลายตัวเช่น โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส หาซื้อมารับประทานเองอาจทำให้เลือกผิดชนิดและอาจจะส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายได้

และที่สำคัญควรคำนึงถึงในเรื่องของปริมาณและความเข้มข้น เพราะฉะนั้นควรได้รับคำแนะนำเรื่องของการเตรียมและวิธีการชงอาหารทางการแพทย์ว่าควรมีปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละมื้ออย่างไร จากนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญหรือผู้ดูแลก่อนการปรับเปลี่ยนสู่ทุกครั้ง นอกจากนี้ความเข้มข้นที่มากไปหรือน้อยไป ล้วนมีผลเสียต่อร่างกายถ้าหากส่วนผสมเจือจางมาก ร่างกายอาจได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ แต่ถ้าได้รับปริมาณที่เข้มข้นเกินไปร่างกายก็อาจจะรับไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียน และอาจได้รับสารอาหารบางตัวมากเกินความจำเป็น

ทั้งนี้ เราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เราชอบได้หลากหลายและเหมาะสมกับตัวเราย่อมมีความสุขมากกว่าการที่ต้องรับประทานอาหารเพื่อชดเชยหรือบำบัดโรค เพราะฉะนั้นหากไม่อยากที่จะต้องรับประทานอาหารทางการแพทย์ก็ควรที่จะดูแลตัวเองให้แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ ถ้าอาหารปั่นผสมเอสเอ็นเราอยากสนับสนุนให้ทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดีรวมไปถึงอยากแนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อทำให้มีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขและเต็มที่