คณะกรรมการจัดงานโต้วาทีสำหรับคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐประกาศกฎ “ปิดไมโครโฟน” ในช่วง 2 นาทีแรกของการแสดงวิสัยทัศน์แต่ละช่วง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19  ต.ค. ว่าคณะกรรมาธิการด้านการดีเบตของประธานาธิบดี ( ซีพีดี ) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร จัดตั้งร่วมกันโดยพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน เพื่อจัดการประชันวิสัยทัศน์ระหว่างคู่ชิงตำแหน่งผู้นำและรองผู้นำสหรัฐ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531 ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ยืนยันการดีเบตครั้งต่อไประหว่างตัวแทนของพรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครต คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 22 ต.ค. นี้
 
สำหรับสถานที่จัดงาน คือมหาวิทยาลัยเบลมอนต์ ที่เมืองแนชวิลล์ ในรัฐเทนเนสซี ดำเนินรายการโดยนางคริสเทน เวลเกอร์ ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมรายการทั้งสองคนต้องพบกับ “ความเปลี่ยนครั้งสำคัญ” ในการดีเบตซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือ “สิทธิ” ของผู้ดำเนินรายการ ในการควบคุมการใช้ไมโครโฟนของทั้งทรัมป์และไบเดน โดยการประชันวิสัยทัศน์จะแย่งเป็น 6 ช่วง ช่วงละ 15 นาที ใน 4 นาทีแรกของแต่ละช่วง แบ่งให้ทรัมป์และไบเดนพูดคนละ 2 นาที ในระหว่างนั้นผู้ดำเนินการจะปิดไมโครโฟนของอีกคนหนึ่ง

ด้านทีมงานหาเสียงของผู้นำสหรัฐให้ความเห็นเพียงว่า ทรัมป์มุ่งมั่นดีเบตบนเวทีเดียวกับไบเดน “ไม่ว่าจะมีกฎอะไรก็ตาม” และวิจารณ์หัวข้อของการโต้วาที ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศน้อยเกินไป พร้อมทั้งกล่าวหาซีพีดีเข้าข้างพรรคเดโมแครต ขณะที่ทีมงานของไบเดนให้ข้อมูลว่า ทุกฝ่ายตกลงกันก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเปิดโอกาสให้ฝ่ายจัดงานเป็นผู้เลือกประเด็นการสนทนา และผู้นำสหรัฐมีท่าทีชัดเจนว่า ต้องการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับมาตรการของรัฐบาลในการตอบสนองต่อวิกฤติโรคโควิด-19
 
ในเวลาเดียวกัน “ดิ อิเล็กชัน โปรเจกต์” รายงานว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐใช้สิทธิล่วงหน้าแล้วมากกว่า 30.2 ล้านคน คิดเป็นมากกว่า 20% ของผู้ลงคะแนนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 จึงมีความเป็นไปได้สูง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์